edit @ 22 May 2008 15:23:53 by Pele10
2008/May/22
2007/Jul/26
หลักสูตร "หลักกระบวนการยุติธรรม" รุ่นที่ 11 ได้ปิดหลักสูตรไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน2550 ณ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต และมีพิธีมอบประกาศนียบัตรโดยได้รับเกียรติจากท่านชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้มอบและท่านวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน
มีรูปชาว joti club มาให้ดูกันด้วยครับสามารถคลิกดูภาพได้ที่ http://www.maama.com/picpost/view.php?id=003794
2007/Jul/25
แนวทางในการป้องกันการขยายแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ : แนวทางของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย ออสเตรเลีย ที่มีต่อชาวอะบอริจิ้น ในปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยเริ่มทวีความรุนแรงและก่อให้เกิดความสูญเสียมากยิ่งขึ้นทุกวัน แม้รัฐบาลไทยจะได้เพิ่มความพยายามในการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีอย่างเต็มที่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าความพยายามดังกล่าวยังไม่ได้รับการสนองตอบในทางที่ดีจากผู้ก่อความไม่สงบ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าความไม่เข้าใจกันในระหว่างรัฐบาลไทยกับชาวไทยมุสลิมนั้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและสั่งสม ความจริงแล้วปัญหาความไม่เข้าใจกันในลักษณะเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่ได้เกิดขึ้นแต่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศที่มี จากการศึกษาดูงานที่ประเทศออสเตรเลียตามหลักสูตร การบริหารงานยุติธรรมเชิงรุกแบบบูรณาการ รุ่นที่ ๔ ที่จัดขึ้นโดยสำนักงานกิจการยุติธรรม โดยการได้เข้าเยี่ยมชมและรับฟังการบรรยายสรุปจากกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย (Victoria Police) ทำให้เห็นถึงแนวทางและมาตรการในการป้องกันปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและประชาชนชาวออสเตรเลียนทั่วไปของรัฐวิคทอเรียกับชาวออสเตรเลียนที่เป็นชาวอะบอริจิ้น ที่กรมตำรวจรัฐวิคทอเรียได้จัดตั้งขึ้น ซึ่งอาจนำมาพิจารณาศึกษาใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ สรุปได้ดังนี้ ในการป้องกันปัญหาความขัดแย้งกับชาวอะบอริจิ้นนั้น กรมตำรวจรัฐวิคทอเรียได้ดำเนินการตาม แผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับชาวอะบอริจิ้น(Aboriginal Strategic Plan) ที่จัดทำขึ้นโดยหน่วยงานที่เรียกว่า The Aboriginal Advisory Unit (หน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบหลักในนโยบายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับชาวอะบอริจิ้น รวมทั้งการให้คำแนะนำในฐานะผู้เชี่ยวชาญเพื่อสนับสนุนภาระกิจของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรียด้วย หน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว คือ การอำนวยความสะดวกได้ด้านการบริการต่างๆแบบเต็มเวลาเพื่อทำให้ความสัมพันธ์อันดีที่มีอยู่ในระหว่างกรมตำรวจรัฐวิคทอเรียกับชุมชนของชาวอะบอริจิ้นในรัฐวิคทอเรียดียิ่งขึ้น) แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวกำหนดแนวทางที่กรมตำรวจรัฐวิคทอเรียจะใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความสัมพันธ์กับชาวอะบอริจิ้นให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งนี้ โดยมีความสำคัญสูงสุดของแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวคือการสนับสนุนให้เกิดความสัมพันธ์ในทางที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวอะบอริจิ้นในระดับท้องถิ่นและระดับรัฐ และการสร้างความมั่นใจว่าการดำเนินการและการบริการต่างๆที่กรมตำรวจรัฐวิคทอเรียจัดให้นั้นเป็นจะไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม ตามแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวข้างต้น ได้มีการกำหนดวัตถุประสงค์ของนโยบายที่เกี่ยวกับชาวอะบอริจิ้นซึ่งกรมตำรวจรัฐวิคทอเรียจะยึดถือในดำเนินการ รวม ๖ ประการ คือ - การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Positive Partnership) ในระหว่างสมาชิกของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรียกับชุมชนของชาวอะบอริจิ้น - การช่วยเหลือชุมชนชาวอะบอริจิ้นในการระบุถึงแนวทางต่างๆเพื่อให้ตำรวจสามารถนำไปใช้เพื่อให้ชุมชนชาวอะบอริจิ้นได้มาซึ่งการยอมรับในสิทธิของความเป็นชาวออสเตรเลียนดั้งเดิม (Australian Indigenous people) -การเพิ่มความเข้าใจ (perceptions) เกี่ยวกับสวัสดิภาพและความปลอดภัยภายในชุมชนชาวอะบอริจิ้น - การสร้างความพยายามอย่างเต็มที่ในอันที่จะให้เกิดความมั่นใจว่ากรมตำรวจรัฐวิคทอเรียเป็นตัวแทนของชุมชนต่างๆที่ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ - การลดระดับอาชญากรรมที่กระทำโดยหรือกระทำต่อชาวอะบอริจิ้นที่อยู่ในชุมชนนั้น - การให้ความมั่นใจว่า The Aboriginal Advisory Unit จะใช้บทบาทความเป็นผู้นำในการยอมรับประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับชาวอะบอริจิ้น (Aboriginal affairs issues) ของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย และกำหนดไว้เป็นวาระการประชุมเพื่อพิจารณาด้วย เพื่อให้การดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวเกิดผลในทางปฏิบัติ แผนยุทธศาสตร์ได้มีการกำหนดภาระกิจต่างๆที่กรมตำรวจรับวิคทอเรียจะต้องนำไปปฏิบัติรวม ๕ ประการ คือ ๑. ปรับปรุงความปลอดภัยในระหว่างการถูกควบคุมตัว ๒. ปรับปรุงการพูดจาสื่อสารและผู้ประสานสัมพันธ์ ๓. ปรับปรุงการฝึกอบรมและการศึกษา ๔. ปรับปรุงการรับสมัครงาน ๕. ปรับปรุงการป้องกันอาชญากรรม ปรับปรุงความปลอดภัยในระหว่างการถูกควบคุมตัว การปรับปรุงในเรื่องนี้แม้จะดูเหมือนเป็นการปรับปรุงเกี่ยวกับการให้ความปลอดภัยกับชาวอะบอริจิ้นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดที่ถูกควบคุมตัวก็ตาม แต่จริงๆแล้ววัตถุประสงค์ในการปรับปรุงความปลอดภัยในระหว่างการถูกควบคุมตัว คือ การลดจำนวนชาวอะบอริจิ้นที่ถูกจับ ให้ไม่ต้องถูกควบคุมตัวมากกว่า โดยเมื่อมีกรณีที่จะต้องควบคุมตัวชาวอะบอริจิ้นผู้กระทำความผิด กรมตำรวจรัฐวิคทอเรียและเจ้าหน้าที่ตำรวจควรจะพิจารณาใช้วิธีการต่างๆ ดังนี้ ๑. ควรใช้วิธีการแจ้งเตือนให้ผู้กระทำผิดทราบถึงการกระทำผิด หรือการออกหมายเรียกให้มารายงานตัว หรือการแจ้งโทษให้ผู้กระทำความผิดทราบ แทนการนำตัวผู้กระทำความผิดไปกักขังหรือควบคุมตัวที่สถานีตำรวจ การใช้วิธีการดังกล่าวนี้ผู้กระทำความผิดจะยังไม่ถูกต้องข้อหา ๒. ในกรณีที่ต้องมีการนำตัวผู้กระทำความผิดไปควบคุมตัว หากผู้กระทำความผิดแจ้งว่าตนเป็นชาวอะบอริจิ้น ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งให้ Victoria Aboriginal Legal Service ทราบ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในคู่มือในการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐวิคทอเรีย ๓. ในกรณีที่มีการจัดตั้ง Community Justice Panels Program ขึ้นในชุมชนใดหากมีการควบคุมตัวชาวอะบอริจิ้นผู้กระทำความผิด ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีการตามโครงการดังกล่าวในการที่จะระบุว่าผู้กระทำความผิดจัดเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ และหากเห็นว่าเป็นการเหมาะสมก็อาจให้ผู้กระทำความผิดดังกล่าวไปอยู่ในการควบคุมตัวของโครงการดังกล่าวแทนก็ได้ ๔. หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบชาวอะบอริจิ้นตกอยู่ในอาการมึนเมาจนไม่อาจครองสติได้ ให้แจ้งให้ศูนย์บำบัดคนเมาที่เปิดทำการแล้วทราบ และถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่มีความเสี่ยงในเรื่องความปลอดภัย ก็ให้ปล่อยให้ชาวอะบอริจิ้นผู้นั้นไปอยู่ในความควบคุมของศูนย์ดังกล่าวแทน ๕. กรมตำรวจรัฐวิคทอเรียจะต้องให้ความรู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจของตนในเรื่องของแนวความคิดเกี่ยวกับภาระหน้าที่ในเรื่องของการเอาใจใส่ดูแลและสวัสดิภาพของบรรดาผู้ที่อยู่ในความควบคุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวอะบอริจิ้นที่ถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงและจะต้องมีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบถึงความเสี่ยงและความรับผิดชอบต่างๆ ๖. จัดให้มีแผนการรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การจับกุมหรือการดำเนินการที่เป็นทางเลือกอย่างอื่นเกิดผลสำเร็จ ๗. จัดให้มีแผนการรวบรวมข้อมูลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เพื่อตรวจสอบจำนวนข้อร้องเรียนของชาวอะบอริจิ้นหรือผู้ร้องเรียนแทน เกี่ยวกับพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือต่อคณะกรรมการเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับตำรวจ ๘. ต้องมีการประเมินระบบตรวจสอบ และต้องทำให้ระบบการบริการและระบบการแก้ไขความบกพร่องให้ถูกต้องเกิดเป็นผลสำเร็จขึ้นโดยเร็วที่สุดในโอกาสแรกที่ทำได้ ปรับปรุงการพูดจาสื่อสารและผู้ประสานสัมพันธ์ การปรับปรุงในเรื่องนี้เป็นการปรับปรุงที่มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการพูดจาสื่อสารและผู้ประสานสัมพันธ์ โดยจัดให้มีการพูดจาพาทีหรือปรึกษาหารือกันก่อนที่จะเกิดปัญหาความไม่เข้าใจกัน มีการดำเนินการร่วมกันในการชี้ให้เห็นถึงประเด็นปัญหาที่สำคัญต่างๆและพัฒนาความเข้าใจซึ่งกันและกัน ในการปรับปรุงดังกล่าว ได้มีการกำหนดแนวทางไว้ดังนี้ ๑. แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวอะบอริจิ้น (Police/Aboriginal Liaison Officers) ในระดับแผนก และผู้ประสานงานเขต (Regional Co-ordinators) ขึ้นในทุกๆ ท้องที่ที่มีจำนวนประชากรชาวอะบอริจิ้นเพิ่มขึ้นจำนวนมากและ Victoria Police Aboriginal Advisory Unit จะต้องจัดการฝึกอบรมให้กับผู้ที่ได้รับแต่งตั้งด้วย ๒. ต้องจัดให้มีการประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับชาวอะบอริจิ้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ โดยการประชุมดังกล่าวควรจะจัดขึ้นอย่างน้อยเดือนละครั้ง ๓. Police/Aboriginal Liaison Officers ประจำแผนก จะต้องมีการเข้ารายงานให้ Regional Headquarters เกี่ยวกับเสียงสะท้อนของการดำเนินการ ทั้งในเรื่องความคิดริเริ่มของคนในท้องที่ เรื่องราวและประเด็นปัญหาต่างๆในระดับท้องที่ และต้องมีการรายงานสถานะของการดำเนินการให้กับ Aboriginal Advisory Unit ทราบทุกสามเดือน ๔. The Police/Aboriginal Strategic Plan Steering Committee จะต้องมีการประชุมกันทุกสามเดือน หรือตามที่มีคำขอ เพื่อทบทวนสถานะการดำเนินการของแผนยุทธศาสตร์ ๕. ต้องจัดให้มีการฝึกภาคปฏิบัติ (workshop) ในระดับรัฐกับเจ้าหน้าที่ เพื่อประเมินผลความมีประสิทธิภาพในการสื่อสารพูดคุยและในการระบุปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ๖. ต้องมีการเชิญชาวและสนับสนุนให้เยาวชนชาวอะบอริจิ้นได้เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหุ้นส่วนที่ดีและกำหนดได้อย่างชัดเจนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ การดำเนินการดังกล่าวรวมถึงการทัศนศึกษาในเขตปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กิจกรรมทางด้านกีฬาและวัฒนธรรม ปรับปรุงการฝึกอบรมและการศึกษา วัตถุประสงค์ของการปรับปรุงในเรื่องนี้ก็เพื่อที่จะเพิ่มพูนความสัมพันธ์ที่ดีในระหว่างสมาชิกของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย ประชากรชาวอะบอริจิ้น และชุมชนต่างๆ โดยมีแผนในการดำเนินการ ดังนี้ ๑. จัดให้มีหลักสูตรการฝึกอบรมทางวิชาการเกี่ยวกับความรู้ทางด้านต่างๆ เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวอะบอริจิ้น (Aboriginal Cultural Awareness) โดยบรรจุไว้ในโครงการฝึกอบรมที่จัดขึ้นหรืออำนวยให้มีขึ้นโดยกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย ตามความเหมาะสม ๒. เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องกับแผนกที่มีประชากรชาวอะบอริจิ้นอยู่เป็นจำนวนมากจะต้องรับการฝึกอบรมความรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมของชาวอะบอริจิ้น (Victoria Police Aboriginal Cultural Awareness Course) เจ้าหน้าที่ที่จะต้องย้ายไปอยู่ในหน่วยงานระดับเขตของประเทศก็จะต้องเข้ารับการอบรมด้วยเช่นกัน ๓. จัดให้มีไว้ซึ่งฐานข้อมูลของบุคลากรที่เป็นชาวอะบอริจิ้นของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย เมื่อมีความเหมาะสมก็อาจใช้ประโยชน์ในการนำเสนอโครงการฝึกบรมสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจและขุมชนชาวอะบอริจิ้นต่างๆ ๔. จัดให้มีการวิจัยเกี่ยวกับประเด็นปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวอะบอริจิ้นให้มากที่สุด โดยผ่านทาง Aboriginal Advisory Unit และเขตที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ๕. มีการเสนอให้ทราบถึงแผนยุทธศาสตร์ให้ทั่วถึงทั้งกรมตำรวจรัฐวิคทอเรียและชุมชนต่างๆของชาวอะบอริจิ้น ๖. ก่อตั้งสายสัมพันธ์กับสื่อมวลชน โดยการใช้ประโยชน์จาก Victoria Police Media Liaison Unit ในการพัฒนาเครือข่ายกับบุคลากรของสื่อมวลชน เพื่อสนับสนุนการติดต่อสัมพันธ์ในทางที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและชุมชนชาวอะบอริจิ้น ปรับปรุงการรับสมัครงาน วัตถุประสงค์ของการปรับปรุงในเรื่องนี้ คือ การให้โอกาสกับชาวอะบอริจิ้นในทำงานกับกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย ภายใต้สภาพแวดล้อมในการทำงานที่เคารพความหลากหลาย ๑. จัดให้มีการพัฒนาแผนการเฉพาะในการจัดหาคน โดยมุ่งเป้าไปที่ชาวอะบอริจิ้นที่มีความประสงค์จะเข้าเป็นสมาชิกของกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย ๒. มีการขยายโอกาสต่างๆให้กับชาวอะบอริจิ้นผู้สนใจในอาชีพตำรวจกับกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย โดยให้เข้าร่วมใน Career Information Sessions ในเขตท้องที่ของตน ๓. จัดให้มีหลักสูตรสำหรับการเตรียมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้สนับสนุนชักจูงให้ชาวอะบอริจิ้นที่แสดงความจำนงค์อย่างแรงกล้าที่จะสมัครเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐวิคทอเรีย ได้เข้าร่วมในหลักสูตรการเตรียมตัวที่เหมาะสม ๔. อย่างไรก็ดี ในการรับสมัครบุคคลเข้าทำงานในกรมตำรวจรัฐวิคทอเรียนั้น จะต้องมีการให้มีวิธีการทดสอบพิเศษซึ่งนำๆไปใช้ในจัดการคัดกรองผู้เข้ารับการคัดเลือก เกี่ยวกับทัศนคติเกี่ยวกับการเหยีดผิว ก่อนที่จะคัดเลือกให้เข้าทำงานกับกรมตำรวจรัฐวิคทอเรีย ๕. ผู้สมัครชาวอะบอริจิ้นที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนชักจูงให้เข้าร่วมในโครงการอบรมจากผู้มีประสบการณ์ (recruit mentor program) ปรับปรุงการป้องกันอาชญากรรม ภาระกิจประการสุดท้ายที่แผนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับชาวอะบอริจิ้น (Aboriginal Strategic Plan) ได้กำหนดก็คือ การปรับปรุงการป้องกันอาชญากรรม ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการลดระดับอาชญากรรมที่กระทำโดยหรือกระทำต่อชาวอะบอริจิ้น โดยมีแนวทาง ดังนี้ ๑. จัดให้มีการศึกษาอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับประเด็นปัญหาข้อกฎหมายต่างๆโดย The Aboriginal Advisory Unit จะเป็นผู้จัดทำโครงการและใช้จัดอบรมให้กับชุมชนชาวอะบอริจิ้นต่างๆ ที่กำลังมีปัญหาหรือเกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาข้อกฎหมายนั้นๆ ๒. จัดการประเมินผลและแก้ไขแนวโน้มของอาชญากรรมในท้องถิ่น โดยใช้ฐานข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับการกระทำความผิดของชาวอะบอริจิ้นและเหยื่อของการกระทำความผิดเพื่อให้ทราบถึงแนวโน้มของอาชญากรรม และนำข้อเสนอแนะตลอดจนความคิดริเริ่มต่างๆ ภายในท้องถิ่นและภายในรัฐวิคทอเรียที่เหมาะสมไปใช้ในการลดปัญหาต่างๆ ดังนี้ - อาชญากรรมที่เกี่ยวของกับแอลกอฮอล์และยาเสพติด - โจรขโมยรถยนต์ - การกระทำความผิดต่อบุคคล - การกระทำความผิดต่อทรัพย์สิน - การฝ่าฝืนคำสั่งสาธารณะ - การกระทำผิดกฎจราจร ๓. จัดให้มีบริการในการให้คำปรึกษาแนะนำกับเหยื่อการกระทำความผิดที่เป็นชาวอะบอริจิ้น ซึ่งรวมทั้งการสอบถามความต้องการ (ตามความเหมาะสม) และการให้คำแนะนำเกี่ยวกับเครือข่ายการบริการที่มีอยู่ด้วย ๔. ใช้วิธีการที่เรียกว่า Multi-Agency Approach เพื่อจัดให้มีแผนยุทธศาสตร์ในการลดอาชญากรรม โดยการจัดให้มีการเป็นหุ้นส่วนด้วยหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เช่น - Aboriginal Affairs - Victoria Aboriginal Community Services Association Incorporated - Aboriginal Community Justice Panels Program; Local Government - Department of Human Services, Justice, Education และ - Police Community Consultative Committees ทั้งนี้ โดยเล็งถึงสิ่งต่างๆ ดังนี้ - เพื่อป้องกันมิให้เกิดความรุนแรงทั้งทางกาย ทางเพศและทางจิตใจต่อชาวอะบอริจิ้น - เพื่อพัฒนาการแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นที่สัมพันธ์กับอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากแอลกอฮอล์และยาเสพติด และ - เพื่อช่วยเหลือชุมชนชาวอะบอริจิ้นให้ได้มาซึ่งการยอมรับในสิทธิต่างๆที่เกิดขึ้นจากการเป็นชาวออสเตรเลียนดั้งเดิม (Australian Indigenous people) แนวทางการป้องกันปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับชาวอะบอริจิ้นภายในรัฐวิคทอเรียที่กำหนดขึ้นดังกล่าวข้างต้นเป็นแนวทางที่น่าสนใจยิ่ง และการป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น | ||